เข้าสู่บวรพุทธศาสนา (หลวงพ่อแม้น อาจารสมปนโน)


หนังสือที่ระลึกมงคลอายุครบ 6รอบ 45 พรรษา
พระครูสมบูรณ์จริยธรรม (หลวงพ่อแม้น อาจารสมปนโน) 


เข้าสู่บวรพุทธศาสนา 


          หลวงพ่อแม้น ชีวิตในวัยเยาว์ ชอบการทำบุญ ตักบาตรมาก เกินกว่าความเป็นเด็กในวัยเดียวกัน จนกระทั่งโยมแม่มักจะเอ่ยปากพูดอยู่เสมอว่า " เจ้านี่ผ่าเหล่า ผ่ากอมาจากไหน ชอบทำแต่บุญ

           สมัยวัยหนุ่ม หลวงพ่อแม้นไม่เคยสนใจเรื่องเพศตรงข้ามเลย ทำแต่งานทุกอย่าง เวลาว่างก็ไปปฏิบัติธรรม ในช่วงนี้หลวงพ่อแม้น กลับสนใจเรื่อง มนต์คาถา เริ่มศึกษาจากคนเฒ่าคนแก่ในย่านใกล้บ้าน ซึ่งมีอยู่หลายคนที่มี วิชาอาคม ก็ได้ถ่ายทอดวิชาต่างๆ ให้กับหลวงพ่อแม้น และต่อมาหลวงพ่อแม้น พอที่จะมีวิชาอาคมอยู่บ้าง ก็เที่ยวเสาะหาครูบาอาจารย์ ที่ไหนดี ก็ดั้นด้้นไปหา จนได้เป็นศิษหลวงปู่แดง วัดบางเตยนอก พระเกจิอาจารย์รูปนี้ ท่านเป็นชาวมอญที่เดินทางมาอยู่ประเทศไทย เก่งทางทำน้ำมนต์ เมตตามหานิยม ทางคงกระพันชาตรี หลวงพ่อแม้นได้เล่าเรียนจนหมดสิ้น และฝากตัวเป็นศิษหลวงปู่ว่าน วัดบางเตยในท่านเป็นพระชาวมอญรูปหนึ่งที่คนยุคเก่านับถือมาก หลวงพ่อแม้นได้ร่ำเรียนวิชา เป็นที่เรียบร้อยทุกกระบวนความ ก็เดินทางเข้าไปฝากตัวเป็นศิษ กับหลวงปู่เทียน วัดโบสถ์ ศึกษาวิชาต่างๆเยอะมาก
     
          จากนั้นหลวงพ่อแม้นก็ได้เดินทางเข้าจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อที่จะไปเรียนวิชากับ หลวงพ่อจงวัดหน้าต่างนอก  หลวงพ่อแม้นก็พายเรือจาก สามโคกไปวัดหน้าต่างนอกต้องจอดเรือไว้ที่ท่า วัดหน้าต่างใน โดยไปครั้งแรกก็ไม่พบ ไปครั้งที่สองก็ไม่พบ ก็เดินทางกลับ หลวงพ่อแม้นพายเรือจนเหนื่อยเหมือนจะเป็นลม แต่ในใจนั้นไม่คิดท้อ คิดแต่ว่าคงยังไม่ถึงเวลา
          ต่อมาก็เดินทางมาหาหลวงพ่อจง เป็นครั้งที่สาม โดยพายเรือมาถึงตอนบ่ายจอดเรือไว้ที่ท่าวัดหน้าต่างใน และก็เดินไปที่ลานวัดหน้าต่างนอก พบกับเด็กวัด 4คนได้บอกว่า หลวงพ่อจงไม่อยู๋ ไปกรุงเทพ อีกสองวันถึงจะกลับ หลวงพ่อแม้นก็ตอบกลับไปว่าไม่เป็นไร บอกท่านไว้เเล้ว คือจุดธูป บอกหลวงพ่อจง ก่อนออกจากบ้านสามโคก เมื่อเดินขึ้นไปก็เห็น หลวงพ่อจงนั่งอยู่หน้ากุฏิ หลวงพ่อแม้นเมื่อได้พบเช่นนั้นก็มีความปลาบปลื้มเป็นอย่างมาก อย่างบอกไม่ถูกหรือชะตาของหลวงพ่อแม้นจะเป็นครูอาจารย์กันกับหลวงพ่อจงก็ได้ ต่อมาหลวงพ่อจงท่านก็ถามว่า " เหนื่อยไหม จะเอาอะไรล่ะ "  หลวงพ่อแม้นได้ตอบว่า " ผมจะมาศึกษาเล่าเรียนวิชา กับหลวงพ่อครับ " วันนั้นหลวงพ่อจงได้รับหลวงพ่อแม้นเป็นศิษ ท่านได้ค่อยๆสอนแนวทางปฏิบัติกรรมฐาน เป็นส่วนใหญ่ และหลวงพ่อแม้นก็จะหาเวลามาเรียนกับหลวงพ่อจงเสมอมา จนหลวงพ่อจง มรณภาพ ในปีพุทธศักราช 2508
           

          หลวงพ่อแม้นมีนิสัยชอบในเรื่องบุญอยู่ตลอดเดวลาก็ว่าได้ จนมากระทั่งอายุมาถึง 27ปีจึงตัดสินใจ เข้าสู่ร่มกาสาวภักษ์ ได้บออกญาติพี่น้องคือ โยมน้ารับ โยมน้าลอย โยมน้าสง่า และโยมพี่สำราญ ให้พาหลวงพ่อแม้นไปบวชที่วัดใหญ่ชัยมงคล อำเภอเมือง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีหลวงพ่อพระอาจารย์สุนทรเป็นพระกรมวาจารย์และพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า " อาจารสมปนโน "

          ในวันขึ้น 13ค่ำ เดือน8 พุทธศักราช 2508 ได้มาจำพรรษาอยู่ที่วัดกลางคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี จำพรรษาอยู่ได้หนึ่งพรรษา พอถึง พุทธศักราช 2509 หลวงพ่อแม้นก็ย้ายมาอยู่กับ พระอุปัชฌาย์ (หลวงพ่อพระครู ภาวนารังสี) ทีวัดใหญ่ ชัยมงคลได้ศึกษาวิปัสสนา กรรมฐาน กับพระอุปัชฌาย์ ครบหนึ่งพรรษาเเล้วในช่วงออกพรรษา รับกฐินเสร็จเรียบร้อยแล้ว หลวงพ่อแม้นก็กลับมาจำพรรษาที่ วัดกลางคลองสาม อำเภออคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี อย่างเดิมอีกครั้งนึง