หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก บทที่3




                 หลวงพ่อจง พุทธสโร ท่านได้ถือกำเหนิดที่ ตำบลหน้าไม้ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในต้นรัชสมัยของ รัชกาลที่5 ของราชวงศ์จักรี ท่านเกิดในวันขึ้น 8ค่ำ เดือน4 ปีวอก ซึ่งตรงกับวันพฤหัสบดี ที่ 6มีนาคม พุทธศักราช 2415 นามเดิมของท่านชื่อว่า จง ในสมัยนั้นยังไม่มีการใช้ นามสกุล โดยยังไม่มีนามสกุลพ่วงท้ายชื่อ เป็นบุตรชาบคนโตของนายยอด และนางขลิบ ที่มีอาชีพเป็นชาวนา หลวงพ่อจงท่านมีน้องร่วมอุธรเดียวกันอีก 2คน คือนายนิล หรือพระอธิการนิล และนางปลิก

                  ชีวิตในวัยเยาวว์ ของหลวงพ่อจง ท่านอยู่ในฐานะ เฉกเช่นผู้อาภัพอับโชค อุดมไปด้วยทุกขโรคา มากกว่าความสุขร่าเริงสดใส เหมือนกับเด็กในวัยเยาว์ทั่วไป หลวงพ่อจงท่านถูกโรคพยาธิเบียดเบียนมาตั้งแต่เล็ก จึงทำให้มีรูปร่างค่อนข้างจะผอมโซ ไม่แข็งแรง หน้าตาซีดเซียว แถมยังมีอุปนิสัยค่อนข้างขี้อาย เซื่องซึม ขาดความกระตือรือร้น ชอบเก็บตัวอยู่ตามลำพังคนเดียว ไม่ค่อยพูดคุยกับใคร ถามมาคำก็ตอยกลับไปคำ และซ้ำร้ายไปกว่านั้น ได้กลายเป็นที่น่าเวทนาสำหรับผู้พบเห็น และรู้จักมักคุ้น ก็คือหลวงพ่อจงในวัยเยาว์ ท่านมีอาการ หูอื้อจนเกือบหนวกรับฟังเสียงต่างๆไม่ค่อยชัดเจน นัยย์ตาก็ฟ้าฟางมองอะไรแทบไม่เห็น ท่านจึงกลายเป็นเด็กที่มีปัญหา สร้างความเอืม ระอาให้กับผู้ใกล้ชิด ชีวิตของท่านจึงมีแต่ความเดียวดายในวัยเยาว์ แต่ด้านของจิตใจท่านกลับเพียร ไฝ่หาแต่รสพระธรรมชอบทำบุญใส่บาตรในวันธรรมะสวณะ อยู่เป็นเนื่องนิจ โดยให้บิดามารดา หรือญาติพี่น้อง พาไปยังวัดหน้าต่างใน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านมากนัก

          เข้าวัดอยู่วัด ชีวิตของ หลวงพ่อจง  พุทธัสสโร ในวัยเด็ก ไม่มีสิ่งใดผันแปร คงเป็นอยู่ไปเรื่อยๆ มาเรียงๆ ราบเรียบดั่งน้ำในอ่าง ดังที่ทราบ จนกระทั่งอายุได้ 12 ปี ความเปลี่ยนแปลงจึงเกิดขึ้น คือทางพ่อเม่ มีความเห็นถึงอุปนิสัยของเด็กชาย จง บุตรชายคนโต ตรงกันว่าเป็นผู้มีความชอบวัด ติดวัด รักชอบในอันที่จะไปวัด มากกว่าที่เที่ยวเตร่ หาความสนุกในที่ใดๆ ทั้งหมด ดังนั้น ท่านจึงสรุปตรงกันว่า เมื่อเด็กชายจงชอบวัด มีความต้องการที่จะไปอยู่วัดทุกเมื่อเชื่อวัน แทนที่ตนหรือคนอื่นๆที่เกี่ยวข้องกันจะต้องลำบากจูงมือนำพาลัดเลาะคันนา ถึงแม้จะไม่ห่างไกลเท่าใดนักก็ตามเถิด แต่เมื่อต้องทำอยู่บ่อย ก็ให้เกิดความคิดว่าน่าจะให้ไปอยู่ที่วัดเสียเรย คิดเห็นตรงกันดังนั้นแล่้ว จึงได้เผยความคิดเห็นดังกล่าวให้เจ้าตัวคือ เด็กชายจงได้รับรู้ด้วย แตาแทนที่จะคิดเสียใจ น้อยใจ ในทำนองที่ว่า พ่อแม่จะตัดหางปล่อยวัด หรือเลยเถิดไปถึงว่าพ่อแม่ สิ้นรักสิ้นเมตตาตนเเล้ว กลับเป็นความปลื้มปิติใจอย่างยิ่ง เพราะวัดเป็นที่ร่มเย็น เป็นที่ปราถนาของตนอยู่แล้ว



         

03-ชาติกรรมเนิดหลวงพ่อจง_พุทธสโร <<ดาวโหลด คลิก!

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น